จากกรุงเทพธุรกิจออนไลน์
http://bit.ly/8bAoOi
เสวนา'สุทธิชัยหยุ่น.คอม'ชูทวิตเตอร์กระแสเร็ว-แรงต่อยอดธุรกิจ
"สุทธิชัยหยุ่นดอทคอม"จัดเวทีรวมคนโลกออนไลน์แชร์ประสบการณ์ "อภิรักษ์"เชื่อส่งผลเร็ว-แรง ต่อยอดธุรกิจได้ ปธ.นกแอร์ใช้ได้เป็นคุณ แนะทวิตมีสติ
ที่งานรวมตัว “คุยสบายสไตล์ Tweeple” จัดโดย
www.suthichaiyoon.com ครั้งแรก ณ ร้านกาแฟวาวี ซอยอารีย์ บ่ายวันนี้ (20 ธ.ค.) มีชาวทวิตเตอร์นับร้อยคนมาร่วมพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์สังคมออนไลน์ ด้วยมุมมองใหม่ๆ ของทวิตเตอร์คนดัง รับกระแสโซเชียล มีเดีย มาแรง
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร [ @Apirak_Bangkok] กล่าวว่า คนไทยเริ่มมาใช้ทวิตเตอร์เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารกันมากขึ้น โดยเฉพาะ “Opinion Leader” ซึ่งเป็นผู้นำทางความคิด มีอิทธิพลต่อความคิดของประชากรในสังคม คาดว่ามีผู้ใช้ทวิตเตอร์ราว 3-4 หมื่นคนในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ยังเป็นการใช้เพื่อสื่อสารกันระหว่างกลุ่มเพื่อน และแลกเปลี่ยนความคิดในประเด็นต่างๆ ขณะที่ต่างประเทศใช้ทวิตเตอร์ต่อยอดธุรกิจได้ประสบความสำเร็จมากแล้ว เช่น สตาร์บัค
สำหรับไทยควรใช้เครื่องมือดังกล่าวในลักษณะผสมผสานมากกว่า เนื่องจากยังเป็นสังคมไม่กว้างมากนัก เช่น การใช้ทั้งยูทูบ เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ เสนอข้อมูล เพื่อให้กระจายทั่วถึงทุกวงการ ส่วนกรณีมีกระแสการใช้ทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือสร้างข่าว หรือเป็นเครื่องมือทางการเมืองนั้นถือเป็นเรื่องปกติ แต่ก็เชื่อว่าส่วนใหญ่ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการสื่อสารในมุมที่ดีมากกว่า โดยเฉพาะเปิดโอกาสให้นักการเมืองสามารถสื่อสารกับประชาชนได้ใกล้ชิดมากขึ้น และทำให้รู้จักตัวตนที่แท้จริงได้มากกว่าการนำเสนอผ่านสื่อทั่วไป
"ทุกวงการก็มีทั้งคนดีและไม่ดี แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่า คนเราก็ต้องมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่ก็ต้องรู้จักเคารพซึ่งกันและกัน และรับฟังความคิดเห็นกันด้วย ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องทำให้เกิดสิ่งที่สร้างสรรค์ และสังคมแห่งการคิดบวก” นายอภิรักษ์ กล่าว
นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เจ้าของทวิตเตอร์ @patee122 เสริมว่า ทวิตเตอร์เป็นสื่อใหม่ที่สร้างผลกระทบได้เร็ว และแรงนาทีต่อนาที ซึ่งประเด็นที่มีประโยชน์ และต้องการความช่วยเหลือ เช่น โรงพยาบาลขาดเลือด ก็เคยมีผู้มาทวิตจนได้เลือดมาช่วยผู้ป่วยทันเวลา ทั้งยังทำให้เกิดการสื่อสารกันมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้คนทะเลาะกันน้อยลง
"แต่ควรทวิตอย่างมีสติ และไม่ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทำสิ่งที่ไม่ดี หรือไม่สร้างสรรค์สังคม" นายพาที แนะ
ขณะที่ นายสุทธิชัย หยุ่น กล่าวว่า ทวิตเตอร์เป็นช่องทางใหม่สำหรับการเสนอข่าวได้รวดเร็วที่สุด และยังทำให้เกิดสังคมของการตรวจสอบ เนื่องจากการทวิตทุกข้อความจะเปิดโอกาสให้มีผู้แสดงความคิดเห็น ซึ่งในจำนวนนี้จะมีคนที่รู้จริงเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิด
นอกจากนี้เชื่อว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า ทวิตเตอร์จะยังเป็นหนึ่งในกระแสหลักต่อเนื่อง เพราะเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนใกล้ชิดกันมากขึ้น และสามารถแสดงความคิดเห็นได้ทันที
"ทวิตเตอร์กลายเป็นจตุรัสของข่าวสาร เป็นช่องทางนำเสนอได้เร็วกว่าสื่ออื่นๆ ในตอนนี้ เร็วกว่าเว็บไซต์อีก ขณะเดียวกันก็เป็นสื่อที่มีการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดการหลอกลวง เพราะคนที่รู้จริงก็จะเข้ามาโพสต์ข้อมูลจริง และทำให้เกิดการเช็คข้อมูลต่อๆ อีกได้รวดเร็ว" นายสุทธิชัย กล่าว